head-watchutyai-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดชัฏใหญ่
วันที่ 1 มีนาคม 2021 10:43 AM
head-watchutyai-min
โรงเรียนวัดชัฏใหญ่
หน้าหลัก » นานาสาระ » ซาลาเปาของคุณยาย

ซาลาเปาของคุณยาย

อัพเดทวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2021

ซาลาเปา ของคุณยาย

 

ซาลาเปา

 

ซาลาเปา สังคมของคนเราทุกวันนี้นั้นล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขันกันอยู่ทุกวัน ไม่สิ…ถ้าจะพูดให้ถูกต้องเลยก็ต้องบอกว่าแทบทุกวินาทีกันเลยทีเดียว ถึงขนาดมีคำกล่าวที่ว่า ระหว่างที่เราข่มตาหลับลงไปนั้นยังมีผู้คนอีกมากมายที่กำลังพยายามอย่างหนักด้วยการขวนขวายหนทางสู่การประสบความสำเร็จอยู่ ทุกย่างก้าว ทุกลมหายใจของคนเราในปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยการแข่งว่าใครจะเป็นผู้ชนะซึ่งหมายถึงคนที่สามารถอยู่รอดกับคนที่ผ่ายแพ้หรือคนที่เราตีค่าว่าบุคคลนั้นๆเป็นผู้ล้มเหลว ซึ่งถึงตรงนี้แล้วบางคนอาจจะคิดว่าแน่สิการพูดแบบนี้ก็หมายถึงจะบอกให้คนเราทุกคนไม่ให้ค่ากับการแข่งขันอย่างนั้นหรือ

หรือแม้กระทั่งคิดไปว่ามันเป็นแนวคิดของคนที่ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ แต่เที่ยวพูดปลุกใจด้วยคำพูดสวยหรูเพียงอย่างเดียวซึ่งฟังอย่างไรก็เป็นสิ่งน่าขันมากๆอยู่ดี เอาเป็นว่าเรื่องราวส่วนนี้คงต้องอยู่กับวิจารณญาณของคนเราแต่ละคนก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ฝากเรื่องราวดีๆฟังแล้วน่าประทับใจไว้เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวของคุณยายคนหนึ่ง เธอเป็นหญิงชราชาวจีน อายุตอนนี้ก็น่าจะประมาณ 75 ปีแล้ว แต่เธอนั้นยังดูสุขภาพดีและแข็งแรงเอามากๆ เธออาศัยอยู่กับหลานชายตัวเล็กอายุได้ 7 ขวบแล้ว และกำลังเข้าโรงเรียน

คุณยายชื่อว่า หลิน ส่วนหลานชายนั้นชื่อว่า หมิงจือ ทั้งสองจะช่วยกันทำแป้งและห่อไส้ของซาลาเปาในตอนเย็นถึงตอนค่ำและเข้านอน ก่อนที่จะรีบตื่นตั้งแต่ตี 2 เพื่อเอาซาลาเปาของพวกเขามานึ่งเพื่อหวังให้พวกมันเสร็จเรียบร้อยในตอนเช้ามืดและขายให้กับผู้คนที่มักเดินผ่านไปผ่านา ในวันธรรมดานั้นหมิงจือจะต้องรีบช่วยคุณยายหลิน และจากนั้นเขาจะปั่นจักรยานไปโรงเรียนกับเพื่อนสนิทที่บ้านอยู่ใกล้ๆกัน ชีวิตของพวกเขาดำเนินเรื่อยมาแบบนี้ แน่นอนว่าที่คุณยายยังไม่ได้พักผ่อนก็เพราะห่วงว่าหลานชายนั้นจะไม่มีเงินไปกินขนม และไม่ได้เรียนสูงๆ

เหมือนที่เธอนั้นตั้งใจเอาไว้ จนทำให้บางทีคุณยายก็มีอาการปวดหลังอยู่บ่อยๆเหมือนกัน แต่ว่าเธอก็เลือกที่จะไม่ได้บ่นอะไรกับสิ่งที่ตนเองนั้นเผชิญให้ลูกสาวของตนที่อยู่ต่างเมืองฟังเพราะรู้ว่าอย่างไรนั้นลูกสาวก็ลำบากเหมือนกัน จึงเป็นเรื่องที่ทำใจไม่ได้หากต้องเป็นคนที่ยกก้อนหินก้อนใหญ่ไปวางไว้เพิ่มอีก แต่แล้ววันหนึ่งเรื่องราวของพวกเขาก็กำลังจะเปลี่ยนไปเพราะว่าขณะที่คุณยายหลินกำลังขายซาลาเปาอยู่นั้นช่วงนั้นเป็นเวลาเย็นแล้ว ตอนนี้ในซึ้งนั้นมีซาลาเปาเหลือแค่สองสามลูก แต่แล้วก็มีผู้ชายแปลกหน้าท่าทางมอมแมมและหิวมากมาหยุดอยู่หน้าร้านของคุณยาย

เขามองซาลาเปาด้วยความอาลัยอาวรณ์พร้อมถามคุณยายว่าราคาซาลาเปานั้นอยู่ที่เท่าไร คุณยายบอกไปว่าซาลาเปาไส้หมูราคา 10 บาท ซาลาเปาไส้ผักราคา 8 บาท แต่ว่าตัวเขานั้นมีเหลือติดตัวเพียง 6 บาทเท่านั้น คุณยายเห็นท่าว่าเขาจะไม่ได้ซื้ออะไรจากเธอจึงบอกให้เขาเขยิบตัวออกไปเพราะเธอเห็นว่ายังมีชายหนุ่มอีกคนยืนต่อแถวอยู่ข้างหลัง ชายคนที่ยืนข้างหลังนั้นเป็นคนที่อยู่ในระแวกเดียวกับคุณยาย เขาตรงเข้ามาสั่งซาลาเปาไส้หมู 2 ลูก แต่ยังไม่ทันจะจ่ายเงินเขาก็ท้วงคุณยายว่าซาลาเปาลูกที่คุณยายกำลังจะเอาให้เขานั้นมันเป็นซาลาเปาที่มีรอยแหว่งเขาจึงอยากขอเปลี่ยน

แน่นอนว่าคุณยายไม่ได้ว่าอะไรพร้อมเปลี่ยนให้ ชายมอมแมมคนนั้นเห็นว่ามีซาลาเปาแหว่งอยู่จึงออกตัวขอซื้อ คุณยายหลินด้วยความสงสารเธอจึงขายให้เขาในราคาเท่าที่เขาจะจ่ายได้ และจากวันนั้นเอง ก็เหมือนว่าร้านคุณยายจะมีซาลาเปาแหว่งมาอยู่ตลอด ทำให้ชายคนที่มาซื้อเมื่อวันก่อนเข้ามาถามด้วยความสงสัยว่าเหตุใดซาลาเปาของคุณยายนั้นจึงมีรอยแหว่งบ่อยกว่าปกติหรือเปล่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่คุณยายก็ได้แต่ยิ้มตอบด้วยใบหน้าปิติยินดี พร้อมบอกไปว่าไม่มีอะไรเพียงเพราะว่าที่นึ่งของเธอนั้นไม่ค่อยดีแล้ว แต่ว่าชายคนนั้นก็ไม่ได้เชื่อจนวันหนึ่งเขามาเห็นว่าแท้จริงแล้วคุณยายกำลังแอบทำรอยแหว่งให้กับซาลาเปา

และแยกมันไว้เพื่อให้ชายมอมแมมคนนั้นได้มาซื้อกินทุกวันนั่นเอง เขาเห็นแบบนั้นก็ถามว่า คุณยายทำแบบนี้เนื่องจากอะไร เธอบอกว่าเป็นเพียงความยินดีของเธอก็เท่านั้นเพราะว่าเธอเองก็รู้สึกสงสารชายยากจนคนนั้นและมองว่าหากมีอะไรที่เธอช่วยได้ เธอก็ยินดีช่วยเสมอเพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นเพื่อนมนุษย์เช่นเดียวกัน ไม่สมควรที่เขาต้องเดินกลับบ้านพร้อมท้องที่ว่างเปล่าหรอกจริงไหม คำตอบของคุณยายทำเอาผู้ชายคนนั้นรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากเพราะมันทำให้เขาเองที่กำลังคิดท้อแท้กับชีวิตเพราะเมื่อเปรียบเทียบชีวิตตนเองกับเพื่อนในรุ่นเดียวกันที่กำลังเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตส่วนเขาเป็นเพียงพนักงานบริษัทธรรมดา

แล้วนั้นทำให้เขาคิดน้อยอกน้อยใจในโชคชะตาอยู่เสมอ จนถึงตอนนี้ความคิดของเขานั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้วเพราะว่าเมื่อได้ยินว่าคุณยายมีมุมมองอย่างไรต่อคนที่ยากจนนั้นทำให้เขาคิดขึ้นได้ว่าแท้จริง ความสำเร็จในชีวิตของคนเราแต่ละคนนั้นมีหน้าตาที่แตกต่างกันออกไปมากมายนัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง ชื่อเสียง หรือยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆจากหน้าที่การงาน จริงอยู่ว่าความสะดวกสบายจะเป็นปัจจัยหลักที่คนเรานั้นพยายามขวนขวายเพื่อให้ได้มาในชีวิต คนเราไม่ได้รักความลำบากหรอกนะ

เพราะตามวิถีชีวิตที่เป็นมาโดยตลอดคนเรานั้นรักความง่าย เกลียดความลำบากอยู่แล้ว จึงทำให้เราอยากสบาย เงินทองเองก็สามารถสร้างสิ่งที่เราต้องการได้อย่างเป็นจำนวนมาก ในที่นี้ไม่ได้ต้องการที่จะกล่าวว่าจงหยุดทำงานหาเงิน แล้วเที่ยวเล่นกับคนรักหรือครอบครัว ความเป็นจริงเรานั้นไม่สามารถทำแบบนั้นได้หรอก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจงอย่ามองว่าสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตเรานั้นคือเงินทอง เพราะความเป็นจริงแล้วสิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือเวลาของเราต่างหาก ฉะนั้นแล้วจงใช้เวลาให้มีค่ามากที่สุดเพราะมันเป็นสิ่งที่เราเสียไปทุกวัน แต่เราสร้างมันไม่ได้ เพิ่มมันไม่ได้เลย นอกจากการบริหารเท่านั้นที่เราทำได้

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  เพื่อนรัก

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4